โคมไฮเบย์มีกี่รูปทรง? เปรียบเทียบฝาชี (Reflector) vs UFO vs Linear เลือกแบบไหนให้เหมาะกับหน้างาน

โคมไฮเบย์ แบ่งตามรูปทรงหลักได้ 3 แบบ คือ ทรงฝาชี (Reflector), ทรง UFO และทรง Linear แต่ละแบบต่างกันที่ “ทิศทางที่แสงตกลงมา” ไม่ใช่แค่หน้าตา ฝาชีเน้นบีบแสงลงจุดเดียว UFO กระจายแสงรอบทิศในพื้นที่โล่ง ส่วน Linear ให้แสงเป็นแนวยาวสำหรับช่องทางเดินระหว่างชั้นวาง เลือกผิดทรง ต่อให้วัตต์สูงแค่ไหน หน้างานก็ยังมีมุมมืด

เปรียบเทียบฝาชี-Reflector-vs-UFO-vs-Linear-เลือกแบบไหนให้เหมาะกับหน้างาน

สรุปสั้นๆ

  • รูปทรงโคมกำหนด “การกระจายแสง” ซึ่งสำคัญพอ ๆ กับกำลังวัตต์
  • เพดานสูงมาก พื้นที่เฉพาะจุด → ทรงฝาชีหรือ UFO มุมแคบ
  • โรงงาน/คลังสินค้าโล่ง เพดาน 6–12 เมตร → ทรง UFO คือตัวเลือกมาตรฐาน
  • คลังที่มีชั้นวางสูงเป็นแถว → ทรง Linear ช่วยให้แสงลงถึงชั้นล่างของ rack
  • ก่อนสั่งซื้อ ควรดู 5 ค่า: Lumen, lm/W, Beam Angle, IP Rating และการป้องกันไฟกระชาก

สารบัญ

โคมไฮเบย์คืออะไร และเริ่มใช้ที่ความสูงเท่าไร

โคมไฮเบย์ (High Bay) คือ โคมไฟสำหรับพื้นที่เพดานสูง โดยทั่วไปใช้กับความสูงติดตั้งตั้งแต่ประมาณ 6 เมตรขึ้นไป เช่น โรงงาน คลังสินค้า โรงยิม ศูนย์กระจายสินค้า และอาคารซ่อมบำรุง จุดต่างจากโคมทั่วไป คือ ถูกออกแบบให้ส่งแสงลงมาในระยะไกลโดยยังคุมความสว่างที่พื้นได้

ยิ่งติดสูง แสงยิ่งกระจายออกก่อนถึงพื้น ความสว่างที่วัดได้จริงจึงลดลงเร็วมาก โคมไฟไฮเบย์จึงต้องมีทั้งกำลังแสงที่มากพอและ “ระบบบังคับทิศทางแสง” ที่เหมาะกับความสูงนั้น ซึ่งก็คือสิ่งที่รูปทรงของโคมไฮเบย์ทำหน้าที่อยู่

โคมไฮเบย์ต่างจากโคมโลว์เบย์ (Low Bay) อย่างไร

ต่างกันที่ช่วงความสูงที่ออกแบบมาให้ใช้ โคมโลว์เบย์ (Low Bay) ใช้กับเพดานต่ำกว่าประมาณ 6 เมตร และมักกระจายแสงมุมกว้าง เพื่อให้แสงคลุมพื้นที่ได้ทั่วโดยไม่แยงตา ส่วนไฮเบย์ออกแบบให้แสงเดินทางไกลกว่า

💡ข้อแนะนำก่อนตัดสินใจ :  ผู้ผลิตหลายรายใช้บอดี้เดียวกันแล้วเปลี่ยนเลนส์หรือมุมกระจายแสง ดังนั้นอย่าดูแค่ชื่อรุ่น ให้ดูมุมกระจายแสงและช่วงความสูงที่ผู้ผลิตแนะนำในเอกสารสินค้าเป็นหลัก

ทำไม “รูปทรง” สำคัญกว่าจำนวนวัตต์

เพราะ วัตต์บอกแค่ว่าโคมกินไฟเท่าไร ไม่ได้บอกว่าแสงไปตกที่ไหน โคม 150W สองตัวที่มีค่าความสว่างเท่ากัน แต่มุมกระจายแสงต่างกัน จะให้ผลที่พื้นต่างกันคนละเรื่อง

| ตัวอย่างที่เจอบ่อยหน้างาน: เปลี่ยนโคมเดิมเป็น LED วัตต์สูงขึ้น แต่ใช้มุมกระจายแสง 120 องศาในโรงงานเพดานสูง 12 เมตร ผลคือแสงกระจายออกด้านข้างเสียส่วนใหญ่ พื้นที่ทำงานจริงกลับสว่างไม่พอ ทั้งที่ค่าไฟเพิ่มขึ้น |

 

ศัพท์ 8 คำที่ควรเข้าใจก่อนตัดสินใจซื้อ

ศัพท์ ความหมายแบบเข้าใจง่าย ใช้ตัดสินใจอย่างไร
Lumen (lm) ปริมาณแสงทั้งหมดที่โคมปล่อยออกมา ยิ่งสูงยิ่งมีแสงมาก แต่ไม่ได้แปลว่าสว่างตรงจุดที่ต้องการ
Efficacy (lm/W)  แสงที่ได้ต่อไฟ 1 วัตต์ ตัวชี้วัดความประหยัดจริง เทียบรุ่นด้วยค่านี้ ไม่ใช่เทียบวัตต์
Beam Angle มุมกระจายแสง เช่น 60°, 90°, 120° เพดานยิ่งสูง ยิ่งควรใช้มุมแคบ
CCT (Kelvin) สีของแสง เช่น 4000K ขาวนวล, 6500K ขาวเดย์ไลท์ งานโรงงานนิยม 5000–6500K แต่ขึ้นกับลักษณะงาน
CRI (Ra) ความแม่นยำของสีวัตถุใต้แสงนั้น งานตรวจสอบคุณภาพหรือแยกสีควรใช้ค่าสูงขึ้น
IP Rating ระดับกันฝุ่นกันน้ำ ตามมาตรฐาน IEC 60529 เลือกตามสภาพแวดล้อมจริง ไม่ใช่เลือกสูงไว้ก่อน
Driver วงจรจ่ายไฟให้ LED เป็นชิ้นส่วนที่เสียบ่อยที่สุดในโคม LED
Surge Protection การป้องกันไฟกระชาก (เช่น จากฟ้าผ่าหรือไฟตก) สำคัญมากในโรงงานและพื้นที่ที่ระบบไฟไม่นิ่ง

 


กำลังเลือกโคมไฮเบย์สำหรับหน้างานอยู่? อ่านหัวข้อถัดไปให้จบก่อนตัดสินใจ เพราะรูปทรงที่เลือกจะกำหนดทั้งจำนวนจุดติดตั้ง ค่าแรง และคุณภาพแสงที่ได้ตลอดอายุการใช้งาน


 

โคมไฮเบย์มีกี่รูปทรง? รู้จัก 3 แบบหลักที่ใช้จริงในไทย

1. โคมไฮเบย์ฝาชี (Reflector)โคมไฮเบย์ฝาชี-Reflector

 

โคมไฮเบย์ฝาชี คือ โคมที่มีแผ่นสะท้อนแสงทรงกรวยครอบแหล่งกำเนิดแสงไว้ เพื่อบีบแสงให้พุ่งลงด้านล่างแทนที่จะกระจายออกด้านข้าง เป็นทรงที่คนไทยคุ้นเคยที่สุด เพราะเป็นรูปทรงเดียวกับโคมยุคหลอดเมทัลฮาไลด์และหลอดไฮเพรสเชอร์โซเดียมที่ใช้กันมานาน

จุดเด่นอยู่ที่แผ่นสะท้อนแสงซึ่งทำหน้าที่รวมแสง ทำให้ได้ความสว่างที่พื้นดีในพื้นที่เฉพาะจุด และการที่รูปทรงเปิดโล่งช่วยระบายความร้อนรอบตัวโคมได้ตามธรรมชาติ

ตารางเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของโคมไฮเบย์ทรงฝาชี

ข้อดี ข้อจำกัด
บังคับทิศทางแสงลงพื้นได้ดี เหมาะกับงานที่ต้องการความสว่างเฉพาะจุด ตัวโคมมีขนาดใหญ่ กินพื้นที่ขนส่งและจัดเก็บมากกว่า
คุ้นตาช่างและผู้รับเหมา เปลี่ยนทดแทนโคมเดิมทรงเดียวกันได้ง่าย ฝุ่นสะสมในฝาชีทำให้แสงตกลงตามเวลา ต้องมีแผนทำความสะอาด
ทรงเปิดโล่ง ช่วยเรื่องการระบายอากาศรอบตัวโคม คุณภาพแสงขึ้นกับวัสดุและความแม่นยำของแผ่นสะท้อนแสงค่อนข้างมาก

เหมาะกับ:
โรงงานที่ต้องการความสว่างเฉพาะจุด พื้นที่เพดานสูงที่ต้องการแสงพุ่งลง งานเปลี่ยนทดแทนโคมทรงเดิม โรงซ่อม และโรงเก็บเครื่องจักร

 

2. โคมไฮเบย์ UFOโคมไฮเบย์-UFO

 

โคมไฮเบย์ UFO คือ โคมทรงกลมแบนที่รวมแผงระบายความร้อนไว้กับตัวบอดี้ ออกแบบมาให้กระจายแสงลงพื้นที่โล่งอย่างสม่ำเสมอ ชื่อมาจากรูปร่างที่คล้ายจานบิน เป็นทรงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในงานโรงงานและคลังสินค้าช่วงหลัง

เหตุผลที่นิยมคือขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบากว่าทรงฝาชีที่กำลังไฟใกล้เคียงกัน ติดตั้งเร็ว และผู้ผลิตส่วนใหญ่มีมุมกระจายแสงให้เลือกหลายค่า ทำให้ปรับให้เข้ากับความสูงหน้างานได้

ตารางเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของโคมไฮเบย์รูปทรง Linear

ข้อดี ข้อจำกัด
โครงสร้างกะทัดรัด ติดตั้งง่าย ลดเวลาและค่าแรงหน้างาน ครีบระบายความร้อนด้านบนสะสมฝุ่นได้ ถ้าไม่ทำความสะอาดจะกระทบอายุการใช้งาน
มักมีตัวเลือกมุมกระจายแสงหลายค่า ปรับตามความสูงได้ ในพื้นที่ที่มีชั้นวางสูง แสงจากด้านบนอาจถูกชั้นวางบังจนด้านล่างมืด
โครงสร้างปิด ทำระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำได้สูงกว่าทรงเปิด คุณภาพต่างกันมากในตลาด ต้องดูสเปกจริง ไม่ใช่ดูแค่รูปทรง
มีให้เลือกตั้งแต่วัตต์ต่ำถึงวัตต์สูง เหมาะกับพื้นที่หลายขนาด

เหมาะกับ:
โรงงานทั่วไป คลังสินค้าโล่ง โรงยิม ลานจอดในร่ม พื้นที่ที่ต้องการความสว่างสม่ำเสมอทั่วทั้งบริเวณ

 

3. โคมไฮเบย์ Linearโคมไฮเบย์-Linear

 

โคมไฮเบย์ Linear คือโคมทรงยาวเป็นแท่ง ออกแบบให้กระจายแสงไปตามแนวยาว แทนที่จะกระจายเป็นวงกลมรอบจุดติดตั้ง จึงเหมาะกับพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นช่องทางยาว โดยเฉพาะช่องทางเดินระหว่างชั้นวางสินค้า (aisle)

หัวใจของทรงนี้คือการวางแนวโคมให้ตรงกับแนวช่องทางเดิน แสงจะลงถึงชั้นล่างของชั้นวางได้ดีกว่าโคมทรงกลมที่ติดกลางเพดาน ซึ่งมักโดนชั้นวางบังแสงจนพื้นที่ระดับล่างมืด

ตารางเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของโคมไฮเบย์รูปทรง Linear

ข้อดี ข้อจำกัด
แสงกระจายตามแนวยาว เหมาะกับช่องทางเดินระหว่างชั้นวาง ต้องออกแบบตำแหน่งติดตั้งให้สอดคล้องกับผังชั้นวางตั้งแต่แรก
บางรุ่นมีเลนส์แบบเฉพาะทางสำหรับส่องด้านข้างชั้นวาง ถ้าผังคลังเปลี่ยน อาจต้องย้ายจุดติดตั้งใหม่
พื้นที่เปล่งแสงกว้างกว่า ช่วยลดความรู้สึกแยงตาเมื่อเทียบกับจุดกำเนิดแสงเล็ก โดยทั่วไปมีตัวเลือกในตลาดไทยน้อยกว่าทรง UFO และฝาชี
หลายรุ่นต่อพ่วงเป็นแนวยาวต่อเนื่องได้ ทำให้แสงสม่ำเสมอ

เหมาะกับ:
คลังสินค้าที่มีชั้นวางสูงเป็นแถว ศูนย์กระจายสินค้า สายการผลิตแบบไลน์ยาว พื้นที่ทางเดินยาวในอาคารเพดานสูง

 

ทรงอื่นที่พบในตลาด และชื่อเรียกที่มักสับสน

นอกจาก 3 แบบหลัก ยังพบทรงแบนคล้ายแผงบางในบางแบรนด์ และโคมฝาชีแบบใส่หลอดขั้ว E40 ซึ่งเป็นการนำโครงโคมเดิมมาใช้กับหลอด LED

⚠️จุดที่ควรระวัง⚠️ ผู้ขายบางรายเรียกโคมทรงแบนว่า UFO หรือเรียกโคมโลว์เบย์ว่าไฮเบย์ ทางที่ปลอดภัยกว่าคือดู 3 อย่างในเอกสารสินค้าแทนการเชื่อชื่อรุ่น ได้แก่ มุมกระจายแสง ช่วงความสูงติดตั้งที่แนะนำ และค่าความสว่าง

 


ตารางสรุปเปรียบเทียบ โคมไฮเบย์ฝาชี vs UFO vs Linear

หัวข้อ ฝาชี (Reflector) UFO Linear
ลักษณะการกระจายแสง รวมแสงลงพื้นเป็นวงกลม กระจายรอบทิศเป็นวงกลม กระจายตามแนวยาว
เหมาะกับความสูง สูงถึงสูงมาก ปานกลางถึงสูง ปานกลางถึงสูง
เหมาะกับพื้นที่ เฉพาะจุด งานเปลี่ยนทดแทน พื้นที่โล่งกว้าง ช่องทางเดินระหว่างชั้นวาง
ขนาดและน้ำหนัก ใหญ่กว่า กะทัดรัด ยาว แต่บาง
ความง่ายในการติดตั้ง ปานกลาง ง่ายที่สุด ต้องวางแนวให้ตรงช่องทาง
การระบายความร้อน  อาศัยทรงเปิด ครีบระบายความร้อนในตัว กระจายความร้อนตามความยาว
ฝุ่นสะสม สะสมในฝาชี สะสมบนครีบด้านบน สะสมน้อยกว่าหากผิวเรียบ
ปัญหาชั้นวางบังแสง  มี มี น้อยที่สุด
ความหลากหลายในตลาดไทย มาก มากที่สุด น้อยกว่า

สรุปจากตาราง : ถ้าพื้นที่โล่ง เริ่มที่ UFO ถ้าเป็นคลังที่มีชั้นวางสูง ให้พิจารณา Linear ก่อน และถ้าเป็นงานเปลี่ยนทดแทนโคมเดิมหรือพื้นที่ที่ต้องการแสงพุ่งลงเฉพาะจุด ทรงฝาชียังตอบโจทย์ได้ดี

 


วิธีเลือกรูปทรงโคมไฮเบย์ให้เหมาะกับหน้างาน

1.เริ่มจากความสูงติดตั้งเสมอ

ความสูงคือตัวแปรแรกที่ควรวัดก่อนคุยเรื่องรุ่นหรือราคา เพราะมันกำหนดทั้งกำลังไฟที่ต้องใช้และมุมกระจายแสงที่เหมาะสม

หลักการคร่าว ๆ คือ เพดานยิ่งสูง ยิ่งควรใช้มุมกระจายแสงแคบลง เพื่อให้แสงเดินทางถึงพื้นโดยไม่กระจายทิ้งไปด้านข้าง ในทางกลับกัน เพดานไม่สูงมากแต่ใช้มุมแคบ จะได้แสงเป็นวงสว่างจัดเป็นจุด ๆ และมีเงามืดคั่นระหว่างจุด

ค่าที่แน่นอนควรอ้างอิงจากเอกสารของผู้ผลิตแต่ละรุ่น เพราะแต่ละรุ่นออกแบบเลนส์ไม่เหมือนกัน

2.ดูลักษณะพื้นที่และสิ่งกีดขวาง

พื้นที่โล่งกับพื้นที่ที่มีชั้นวางสูงต้องคิดคนละแบบ ในพื้นที่โล่งเป้าหมายคือความสม่ำเสมอของแสงที่พื้น แต่ในคลังที่มีชั้นวาง เป้าหมายจริงคือความสว่างที่ “หน้าชั้นวาง” ไม่ใช่ที่พื้นทางเดิน

ถ้าเจอปัญหาว่าติดโคมเพิ่มแล้วยังหยิบของชั้นล่างไม่ถนัด ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่วัตต์ไม่พอ แต่อยู่ที่ทิศทางแสงถูกชั้นวางบัง ซึ่งเป็นเคสที่ทรง Linear หรือการวางตำแหน่งโคมใหม่ช่วยได้มากกว่าการเพิ่มวัตต์

นอกจากนี้ยังต้องดูเครน สายพาน ท่อ และโครงสร้างเหนือศีรษะ ที่อาจบังแสงหรือทำให้เข้าไปบำรุงรักษายาก

3.สภาพแวดล้อมกับการเลือก IP Rating

IP Rating ตามมาตรฐาน IEC 60529 บอกระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำ ตัวเลขหลักแรกคือฝุ่น ตัวหลังคือน้ำ เช่น IP65 หมายถึงกันฝุ่นได้สมบูรณ์และทนน้ำฉีดได้

แนวทางเลือกตามสภาพจริง:

  • พื้นที่ในร่ม แห้ง ฝุ่นน้อย เช่น คลังสินค้าปิด อาจไม่จำเป็นต้องใช้ค่าสูงมาก
  • โรงงานที่มีฝุ่นเยอะ หรือมีการล้างพื้นด้วยน้ำฉีด ควรเลือกระดับการป้องกันสูงขึ้น
  • พื้นที่กึ่งกลางแจ้ง ชายคา หรือบริเวณที่มีละอองน้ำ ควรเลือก IP65 ขึ้นไป
  • พื้นที่ที่มีไอเคมี ไอเกลือ หรืออุณหภูมิสูง ต้องดูวัสดุบอดี้และช่วงอุณหภูมิใช้งานที่ผู้ผลิตระบุด้วย ไม่ใช่ดูแค่ IP

4.ลักษณะงานกับระดับความสว่างที่ต้องการ

งานต่างประเภทต้องการความสว่างต่างกัน งานเก็บของในคลังต้องการน้อยกว่างานประกอบชิ้นส่วนละเอียดหรืองานตรวจสอบคุณภาพอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับงานในประเทศไทย ค่าความสว่างขั้นต่ำในสถานประกอบกิจการมีกำหนดไว้ตามกฎกระทรวงด้านความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง ส่วนงานออกแบบระดับสากลนิยมอ้างอิงมาตรฐาน EN 12464-1 สำหรับพื้นที่ทำงานภายในอาคาร แนะนำให้ตรวจสอบค่าที่บังคับใช้จริงกับลักษณะงานของคุณก่อนกำหนดสเปก

ถ้าเป็นงานโครงการ วิธีที่แม่นที่สุดคือให้คำนวณผังแสงสว่าง (Lighting Layout) จากไฟล์ IES ของรุ่นที่จะใช้จริง แทนการประมาณจากจำนวนวัตต์ต่อตารางเมตร

5.งบประมาณและต้นทุนแฝงที่มักถูกลืม

ราคาต่อชุดไม่ใช่ต้นทุนจริงของโครงการ ต้นทุนที่ควรเทียบคือ

  • จำนวนจุดที่ต้องติดตั้งเพื่อให้ได้ความสว่างตามต้องการ
  • ค่าแรงและค่าเครื่องมือขึ้นสูง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงในพื้นที่เพดานสูง
  • ค่าไฟตลอดอายุใช้งาน ซึ่งเทียบได้จากค่า lm/W
  • ค่าบำรุงรักษาและความยากในการเข้าถึงจุดติดตั้งเมื่อต้องเปลี่ยน

โคมที่ค่า lm/W สูงกว่าอาจใช้จำนวนจุดน้อยลง ทำให้ค่าติดตั้งรวมถูกลง แม้ราคาต่อชุดจะสูงกว่า ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้รับเหมาใช้อธิบายลูกค้าได้ดี


รู้แล้วว่าต้องการรูปทรงและสเปกแบบไหน? ดูรุ่นที่เหมาะกับลักษณะงานหรือส่งข้อมูลหน้างาน (ความสูง ขนาดพื้นที่ ลักษณะงาน) ให้ทีมงานช่วยประเมินจำนวนจุดติดตั้ง และออกแบบแสงให้ได้ฟรี‼️


7 ข้อผิดพลาดที่มักเจอหน้างานเวลาเลือกโคมไฮเบย์

1. เทียบวัตต์ต่อวัตต์กับโคมเดิม การเปลี่ยนจากหลอดเดิมมาเป็น LED ไม่ควรเทียบที่วัตต์ ให้เทียบที่ค่าความสว่างและผลลัพธ์ที่พื้นแทน

2. ดูแต่ Lumen ไม่ดู lm/W สองรุ่นที่ให้แสงเท่ากันแต่กินไฟต่างกัน จะเห็นผลชัดในบิลค่าไฟหลังใช้งานหลายพันชั่วโมง

3. ไม่ดูมุมกระจายแสงเทียบกับความสูง เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของอาการ “สว่างแต่ไม่ตรงจุด” และมุมมืดระหว่างโคม

4. เลือก IP Rating โดยไม่ดูสภาพจริง เลือกต่ำไปในพื้นที่ฝุ่นเยอะทำให้โคมเสียเร็ว ส่วนการเลือกสูงเกินจำเป็นก็เพิ่มต้นทุนโดยไม่ได้ประโยชน์

5. ไม่สนใจคุณภาพ Driver และการป้องกันไฟกระชาก โคม LED ส่วนใหญ่ที่เสียก่อนอายุใช้งาน มักเสียที่ Driver ไม่ใช่ที่ชิป LED โดยเฉพาะในโรงงานที่มีมอเตอร์ใหญ่ ไฟตกไฟกระชากบ่อย หรือพื้นที่เสี่ยงฟ้าผ่า ควรถามผู้ขายว่ามีการป้องกันไฟกระชากระดับใด และอ้างอิงตามมาตรฐานใด

6. ตัดสินใจจากราคาต่อชุดอย่างเดียว ควรเทียบต้นทุนรวมทั้งโครงการ ทั้งจำนวนจุด ค่าแรง ค่าไฟ และการรับประกัน

7. ไม่วางแผนการบำรุงรักษาตั้งแต่ออกแบบ โคมที่ติดสูง 12 เมตร การเปลี่ยนหนึ่งจุดมีต้นทุนสูงกว่าค่าตัวโคมหลายเท่า จึงควรเลือกรุ่นที่มีการรับประกันชัดเจนและหาอะไหล่ได้จริง


เช็กลิสต์สรุป เลือกโคมไฮเบย์ใน 8 ขั้นตอน


ยังไม่แน่ใจว่าหน้างานของคุณต้องใช้โคมไฮเบย์ทรงไหนถึงจะเหมาะสม ทักปรึกษาทีมงานของ NineLED เพื่อรับคำปรึกษาและบริการออกแบบแสงฟรี‼️ได้ที่ :


❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโคมไฮเบย์

โคมไฮเบย์ทรงไหนดีที่สุด

ไม่มีทรงใดดีที่สุดในทุกกรณี เพราะแต่ละทรงออกแบบมาเพื่อลักษณะพื้นที่ต่างกัน พื้นที่โล่งเหมาะกับ UFO งานเฉพาะจุดหรือเปลี่ยนทดแทนโคมเดิมเหมาะกับทรงฝาชี ส่วนคลังที่มีชั้นวางสูงเป็นแถวเหมาะกับ Linear ควรเลือกจากความสูงและลักษณะพื้นที่เป็นหลัก

โคมไฮเบย์ใช้กับเพดานสูงเท่าไร

โดยทั่วไปเริ่มใช้ที่ความสูงประมาณ 6 เมตรขึ้นไป ต่ำกว่านั้นมักใช้โคมโลว์เบย์ที่กระจายแสงมุมกว้างกว่า ทั้งนี้ควรดูช่วงความสูงที่ผู้ผลิตแนะนำในเอกสารของแต่ละรุ่นประกอบด้วย

โรงงานควรใช้โคมไฮเบย์กี่วัตต์

ไม่สามารถตอบเป็นตัวเลขเดียวได้ เพราะขึ้นกับความสูงติดตั้ง ขนาดพื้นที่ ระยะห่างระหว่างจุด และระดับความสว่างที่งานนั้นต้องการ วิธีที่แม่นยำคือคำนวณผังแสงสว่างจากไฟล์ IES ของรุ่นที่จะใช้จริง แทนการเดาจากขนาดพื้นที่

โคมไฮเบย์ฝาชีกับ UFO ต่างกันตรงไหน

ต่างกันที่โครงสร้างและการจัดการแสงกับความร้อน ทรงฝาชีใช้แผ่นสะท้อนแสงรวมแสงลงพื้นและอาศัยทรงเปิดในการระบายความร้อน ส่วน UFO เป็นทรงกลมกะทัดรัดที่รวมครีบระบายความร้อนไว้ในตัว ติดตั้งง่ายกว่าและมักมีตัวเลือกมุมกระจายแสงหลากหลายกว่า

ทำไมติดโคมเพิ่มแล้วชั้นล่างของชั้นวางยังมืด

เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ปริมาณแสง แต่อยู่ที่ทิศทางแสงถูกชั้นวางบัง การเพิ่มวัตต์จึงไม่ช่วยมากนัก ทางแก้คือปรับตำแหน่งโคมให้อยู่แนวช่องทางเดิน หรือเปลี่ยนไปใช้โคมที่กระจายแสงตามแนวยาว

ต้องเลือก IP เท่าไรสำหรับโรงงาน

ขึ้นกับสภาพจริงในพื้นที่ พื้นที่ในร่มแห้งฝุ่นน้อยอาจไม่ต้องใช้ค่าสูงมาก แต่พื้นที่ฝุ่นเยอะ มีการล้างด้วยน้ำ หรือกึ่งกลางแจ้ง ควรเลือก IP65 ขึ้นไป และควรดูวัสดุกับช่วงอุณหภูมิใช้งานประกอบด้วย

ก่อนซื้อควรถามอะไรกับผู้ขาย

ควรขอค่าความสว่างและค่า lm/W ที่วัดจากตัวโคมทั้งชุด มุมกระจายแสงที่มีให้เลือก IP Rating ระดับการป้องกันไฟกระชาก ยี่ห้อและสเปกของ Driver มาตรฐานที่ได้รับ เงื่อนไขการรับประกัน และไฟล์ IES สำหรับคำนวณผังแสงสว่าง

สรุป

โคมไฮเบย์มี 3 รูปทรงหลักคือฝาชี UFO และ Linear และสิ่งที่ทำให้เลือกถูกไม่ใช่การหาว่า ทรงไหนดีที่สุด แต่คือการรู้ว่า หน้างานของคุณมีความสูงเท่าไร มีสิ่งกีดขวางอะไร และงานที่ทำต้องการความสว่างระดับไหน ถ้าเริ่มจากสามข้อนี้ก่อน แล้วค่อยไปดู มุมกระจายแสง IP Rating คุณภาพ Driver และการป้องกันไฟกระชาก โอกาสที่จะเจอปัญหา มุมมืดหรือโคมเสียก่อนเวลา จะลดลงมาก


NINELED แสงสว่างที่คุณวางใจได้ จากแบรนด์ที่คุณเลือก พื้นที่รวมแบรนด์ชั้นนำ ให้คุณเลือกซื้อไม่ว่าจะสปอร์ตไลท์ โคมไฟไฮเบย์ โคมถนน หลอดไฟ LED โซล่าเซลล์ และเสาไฟ สนใจสอบถาม-สั่งซื้อเกี่ยวกับสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Line : @NINELED

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *