โคมไฟไฮเบย์ หรือโคมโรงงาน คืออะไร ใช้งานที่ไหน

โคมไฮเบย์ หรือ โคมไฟไฮเบย์ (High Bay Light) หรือ โคมโรงงาน คือ โคมไฟที่ออกแบบมาสำหรับพื้นที่เพดานสูง เช่น โรงงาน คลังสินค้า และอาคารอุตสาหกรรม โดยสามารถให้แสงสว่างครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่จากระดับติดตั้งสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่ ความหมาย, รูปแบบการใช้งาน, ประเภทของโคมไฟไฮเบย์, เทคโนโลยี LED High Bay รวมถึงปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้งาน เช่น ความสูงติดตั้ง, Lumen, Lux และ Beam Angle เพื่อช่วยให้เลือกโคมได้เหมาะกับพื้นที่ใช้งานจริง

โคมไฟไฮเบย์-หรือโคมโรงงาน-คืออะไร-มันดียังไง

โคมไฟไฮเบย์ คืออะไร?

โคมไฮเบย์ หรือ โคมไฟไฮเบย์ (High Bay Light) หรือที่หลายคนเรียกว่า โคมโรงงาน คือ โคมไฟที่ออกแบบมาสำหรับพื้นที่ที่มีเพดานสูง เช่น โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า โกดัง ศูนย์กระจายสินค้า และอาคารขนาดใหญ่ โดยมีจุดเด่นคือสามารถ ให้แสงสว่างครอบคลุมพื้นที่จากระดับติดตั้งที่สูง พร้อมกระจายแสงได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้พื้นที่ใช้งานมีความสว่างสม่ำเสมอและลดจุดมืด

แตกต่างจากโคมไฟที่ใช้ในบ้านหรือสำนักงาน ซึ่งออกแบบมาสำหรับพื้นที่เพดานต่ำ หากนำมาใช้งานในโรงงานหรือโกดังที่มีเพดานสูง อาจทำให้เกิดปัญหา เช่น

  • แสงส่องไม่ถึงพื้นที่ทำงาน
  • เกิดจุดมืดในบางบริเวณ
  • ต้องติดตั้งโคมไฟจำนวนมากขึ้น
  • สิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น

ด้วยเหตุนี้ โคมไฟไฮเบย์ จึงถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยคำนึงถึง ปริมาณแสง (Lumen) มุมกระจายแสง (Beam Angle) และ ความสูงในการติดตั้ง เพื่อให้ได้ระบบแสงสว่างที่เหมาะกับการใช้งานจริง

โคมไฟไฮเบย์เหมาะกับพื้นที่แบบไหน?

โคมไฟไฮเบย์ เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มี เพดานสูงและพื้นที่ใช้งานขนาดใหญ่ ซึ่งโคมไฟทั่วไปอาจให้แสงสว่างไม่เพียงพอหรือกระจายแสงได้ไม่ทั่วถึง การเลือกใช้โคมไฟที่ออกแบบมาสำหรับพื้นที่ลักษณะนี้ จะช่วยให้แสงตกถึงบริเวณใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดจุดมืด และเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน

โดยทั่วไป หากพื้นที่ของคุณมีลักษณะดังต่อไปนี้ การเลือกใช้โคมไฟไฮเบย์มักเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

  • เพดานสูง โดยทั่วไปประมาณ 6 เมตรขึ้นไป
  • พื้นที่ขนาดใหญ่ ที่ต้องการแสงสว่างครอบคลุม
  • เปิดใช้งานระบบไฟต่อเนื่องหลายชั่วโมงต่อวัน
  • ต้องการแสงสว่างสม่ำเสมอ เพื่อรองรับการทำงานหรือการเคลื่อนย้ายสินค้า

ตัวอย่างพื้นที่ใช้งาน

พื้นที่ใช้งาน ลักษณะการใช้งาน เหตุผลที่นิยมใช้โคมไฟไฮเบย์
โรงงานอุตสาหกรรม ผลิตสินค้า ใช้เครื่องจักร ต้องการแสงเพียงพอและเพิ่มความปลอดภัย
คลังสินค้า มีชั้น Rack สูง ลดจุดมืดและส่งแสงลงพื้นที่ด้านล่าง
ศูนย์กระจายสินค้า พื้นที่ขนาดใหญ่ ประหยัดพลังงานและดูแลรักษาง่าย
อาคารกีฬา สนามกีฬาในร่ม กระจายแสงครอบคลุมพื้นที่กว้าง

 

ตัวอย่างผลงานการติดตั้งโคมไฮเบย์ LED 104 ชุด ณ โกดังสินค้า

ผลงานการติดตั้งโคมไฮเบย์ LED 104 ชุด ณ โกดังสินค้า


ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

 

ทำไมปัจจุบันจึงนิยมใช้โคมไฟไฮเบย์ LED?

ในอดีต โรงงานและคลังสินค้าส่วนใหญ่นิยมใช้ หลอดแสงจันทร์ (Mercury Lamp) หรือ Metal Halide เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมในช่วงเวลานั้น แต่ปัจจุบัน โคมไฟไฮเบย์ LED (LED High Bay) ได้กลายเป็นตัวเลือกหลักสำหรับงานอุตสาหกรรม เนื่องจากให้ประสิทธิภาพด้านแสงสว่างที่ดี ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว

  1. ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โคมไฟไฮเบย์ LED มีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นแสง (Luminous Efficacy) สูงกว่าระบบไฟแบบเดิม จึงสามารถให้ความสว่างที่เพียงพอโดยใช้พลังงานน้อยลง

อย่างไรก็ตาม การประหยัดพลังงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวโคมเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบแสงสว่าง เช่น จำนวนโคมที่ติดตั้ง ระยะห่างระหว่างโคม และระยะเวลาการเปิดใช้งาน

  1. ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา

การเปลี่ยนโคมไฟในโรงงานหรือคลังสินค้าที่มีเพดานสูง มักมีต้นทุนเพิ่มเติมทั้งค่าแรง อุปกรณ์สำหรับทำงานบนที่สูง และเวลาที่ต้องหยุดการทำงานบางส่วน

โคมไฟไฮเบย์ LED ส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานประมาณ 50,000 ชั่วโมงขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับรุ่นและผู้ผลิต) จึงช่วยลดความถี่ในการเปลี่ยนโคม และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว

  1. ออกแบบการกระจายแสงให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่

นอกจากให้ความสว่างแล้ว โคมไฟไฮเบย์ LED ยังสามารถเลือก มุมกระจายแสง (Beam Angle) และรูปแบบการกระจายแสงให้เหมาะกับลักษณะพื้นที่ เพื่อให้แสงส่องถึงบริเวณที่ต้องการ ลดจุดมืด และช่วยให้ใช้แสงสว่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น

พื้นที่ใช้งาน ลักษณะการกระจายแสงที่เหมาะสม
โรงงานผลิต กระจายแสงสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้มองเห็นชิ้นงานและเครื่องจักรได้ชัดเจน
คลังสินค้าที่มีชั้นวาง (Rack) สูง ควบคุมทิศทางแสงให้ส่องลงตามแนวทางเดิน ลดการสูญเสียแสงด้านข้าง
พื้นที่เปิดโล่ง กระจายแสงครอบคลุมพื้นที่กว้าง ช่วยลดจุดมืดและเพิ่มความสม่ำเสมอของแสง

การเลือกรูปแบบการกระจายแสงที่เหมาะสม จะช่วยให้พื้นที่ได้รับแสงอย่างทั่วถึง ลดการติดตั้งโคมเกินความจำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบแสงสว่างโดยรวม


📍หากไม่แน่ใจว่าพื้นที่ของคุณเหมาะกับโคมไฟไฮเบย์แบบใด สามารถขอคำแนะนำจากทีมผู้เชี่ยวชาญของ NineLED ได้ที่ LINE :@NINELED


 

ประเภทของโคมไฟไฮเบย์

ปัจจุบัน โคมไฟไฮเบย์ (High Bay Light) มีให้เลือกหลายรูปแบบ โดยแต่ละประเภทถูกออกแบบให้เหมาะกับลักษณะพื้นที่และการใช้งานที่แตกต่างกัน การเลือกประเภทของโคมให้เหมาะสมจะช่วยให้แสงสว่างกระจายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดจุดมืด และรองรับการใช้งานในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น

  1. โคมไฟไฮเบย์ทรง UFO (UFO High Bay)

โคมไฟไฮเบย์ทรง UFO เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ด้วยดีไซน์ทรงกลมคล้ายจานบิน มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา และติดตั้งได้ง่าย อีกทั้งยังออกแบบให้ระบายความร้อนได้ดี จึงเหมาะสำหรับการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน

เหมาะสำหรับ โรงงานอุตสาหกรรม, โกดังสินค้า, คลังสินค้า และพื้นที่เปิดโล่งที่มีเพดานสูง ซึ่งต้องการระบบแสงสว่างที่ครอบคลุมพื้นที่และดูแลรักษาง่าย

  1. โคมไฟไฮเบย์ทรงเส้น (Linear High Bay)

โคมไฟไฮเบย์ทรงเส้น (Linear High Bay) มีลักษณะเป็นแท่งยาว สามารถกระจายแสงได้ต่อเนื่องตามแนวพื้นที่ จึงช่วยลดเงาที่เกิดจากชั้นวางสินค้าหรือเครื่องจักร และทำให้แสงสม่ำเสมอมากขึ้น

เหมาะสำหรับ คลังสินค้าที่มีชั้นวางสินค้า (Rack Warehouse), ศูนย์กระจายสินค้า, สายการผลิต และพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นแนวยาวหรือมีการจัดวางอุปกรณ์เป็นแถว

  1. โคมไฟไฮเบย์แบบดั้งเดิม (Traditional High Bay)

โคมไฟไฮเบย์แบบดั้งเดิม คือโคมที่ใช้ร่วมกับหลอดไฟประเภท Metal Halide, High Pressure Sodium (HPS) หรือ Mercury Vapor ซึ่งเคยได้รับความนิยมในโรงงานและอาคารอุตสาหกรรมในอดีต

ปัจจุบันหลายองค์กรทยอยเปลี่ยนมาใช้ LED High Bay เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดค่าบำรุงรักษา และยืดอายุการใช้งานของระบบไฟ อย่างไรก็ตาม โคมประเภทนี้ยังพบได้ในโรงงานหรืออาคารที่ยังไม่ได้ปรับปรุงระบบแสงสว่าง

ตารางเปรียบเทียบประเภทโคมไฟไฮเบย์

ประเภทโคม จุดเด่น เหมาะกับพื้นที่
โคมไฟไฮเบย์ทรง UFO ขนาดกะทัดรัด ระบายความร้อนได้ดี ติดตั้งง่าย โรงงาน โกดัง คลังสินค้า
โคมไฟไฮเบย์ทรงเส้น (Linear High Bay) กระจายแสงต่อเนื่อง ลดเงาตามแนวชั้นวาง คลังสินค้า Rack ศูนย์กระจายสินค้า สายการผลิต
โคมไฟไฮเบย์แบบดั้งเดิม ใช้ร่วมกับหลอด HID แบบเดิม โรงงานหรืออาคารที่ยังใช้ระบบไฟเดิม

 

วิธีเลือกโคมไฟไฮเบย์ให้เหมาะกับพื้นที่

การเลือก โคมไฟไฮเบย์ (High Bay Light) ไม่ควรพิจารณาเฉพาะ กำลังวัตต์ (Watt) เพียงอย่างเดียว เพราะ Watt เป็นเพียงค่าการใช้พลังงาน ไม่ได้บอกถึงประสิทธิภาพด้านแสงสว่างทั้งหมด ควรพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ความสูงติดตั้ง ปริมาณแสง (Lumen) ระดับความสว่าง (Lux) มุมกระจายแสง (Beam Angle) และสภาพแวดล้อมในการใช้งาน เพื่อให้ได้ระบบไฟที่เหมาะสมกับพื้นที่จริง

  1. พิจารณาความสูงของพื้นที่ติดตั้ง

ความสูงของเพดาน เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเลือกโคมไฟไฮเบย์ เพราะเมื่อโคมถูกติดตั้งในระดับที่สูงขึ้น แสงจะต้องเดินทางไกลขึ้นเพื่อไปถึงพื้นที่ใช้งาน จึงจำเป็นต้องเลือกกำลังไฟและรูปแบบการกระจายแสงให้เหมาะสม

แนวทางเลือกเบื้องต้น:

ความสูงติดตั้ง แนวทางเลือกโคมไฟไฮเบย์
ประมาณ 6–8 เมตร เหมาะกับโคมที่มีมุมกระจายแสงกว้าง เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ได้ดี
ประมาณ 8–12 เมตร ควรเลือกโคมที่มีปริมาณแสงสูงขึ้น และกระจายแสงเหมาะสมกับพื้นที่
มากกว่า 12 เมตร ควรใช้โคมกำลังสูงและออกแบบมุมแสงเพื่อส่งแสงลงถึงพื้นที่ใช้งาน

อย่างไรก็ตาม การเลือกโคมที่เหมาะสมควรพิจารณาร่วมกับขนาดพื้นที่ ลักษณะการจัดวาง และระดับความสว่างที่ต้องการ ไม่ควรเลือกจากความสูงเพียงอย่างเดียว

  1. อย่าเลือกจาก Watt เพียงอย่างเดียว

หลายคนมักเข้าใจว่า โคมไฟที่มี Watt สูงจะให้แสงสว่างมากกว่าเสมอ แต่สำหรับเทคโนโลยี ไฮเบย์ LED ค่า Watt ไม่ได้เป็นตัวบอกความสว่างโดยตรง ควรพิจารณาค่าต่าง ๆ ร่วมกัน ดังนี้

ค่า ความหมาย
Watt (W) ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่โคมไฟใช้
Lumen (lm) ปริมาณแสงทั้งหมดที่โคมสามารถผลิตได้
lm/W ประสิทธิภาพของโคมในการสร้างแสงเมื่อเทียบกับพลังงานที่ใช้

ตัวอย่างเช่น โคมไฟ 100W จำนวน 2 รุ่น อาจให้ปริมาณแสงไม่เท่ากัน หากมีค่า lm/W แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกโคมควรดูทั้ง Lumen และประสิทธิภาพของโคม ควบคู่กับ Watt

  1. ตรวจสอบระดับความสว่างที่ต้องการ (Lux)

Lux (ลักซ์) คือ ค่าความสว่างที่ตกกระทบบนพื้นที่ใช้งานจริง เช่น พื้นโรงงาน โต๊ะทำงาน หรือพื้นที่ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นค่าที่ใช้ประเมินว่าแสงสว่างเพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ การดูค่า Lux มีความสำคัญ เพราะโคมไฟที่ให้ Lumen สูง ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่ใช้งานจะมีความสว่างเพียงพอเสมอไป โดยขึ้นอยู่กับตำแหน่งติดตั้ง ความสูง และมุมกระจายแสงด้วย

ตัวอย่างระดับความสว่างที่เหมาะสม:

พื้นที่ใช้งาน

ค่าความสว่างแนะนำ (Lux) 
ทางเดิน

100–200 Lux

คลังสินค้า / พื้นที่จัดเก็บสินค้า      

100–300 Lux

พื้นที่ผลิตทั่วไป

300–500 Lux

งานตรวจสอบคุณภาพ (QC)

750–1,000 Lux

งานที่ต้องใช้ความละเอียดสูง

1,000 Lux ขึ้นไป

หมายเหตุ: ค่าความสว่างที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันตามลักษณะงานและมาตรฐานที่ใช้อ้างอิง เช่น EN 12464-1 และ ISO 8995-1

  1. เลือก Beam Angle หรือมุมกระจายแสงให้เหมาะกับพื้นที่

Beam Angle คือ มุมที่แสงกระจายออกจากโคมไฟ ซึ่งมีผลต่อพื้นที่การกระจายแสงและความสม่ำเสมอของแสงภายในพื้นที่

ลักษณะมุมแสง เหมาะกับพื้นที่
มุมแคบ พื้นที่เพดานสูง ต้องการส่งแสงลงเฉพาะบริเวณ
มุมกว้าง พื้นที่เปิดโล่ง ต้องการกระจายแสงครอบคลุมพื้นที่

การเลือก Beam Angle ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดปัญหา เช่น บางบริเวณสว่างเกินไป ขณะที่บางพื้นที่มีแสงไม่เพียงพอ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและการใช้พลังงาน

  1. เลือกค่า IP Rating ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม

IP Rating (Ingress Protection) คือ ค่ามาตรฐานที่ใช้บอกระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำของอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับพื้นที่โรงงาน คลังสินค้า หรือพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมเฉพาะ

ค่า IP เหมาะกับการใช้งาน
IP44 พื้นที่ภายในอาคารทั่วไป มีการป้องกันฝุ่นและน้ำระดับพื้นฐาน
IP65 โรงงาน คลังสินค้า หรือพื้นที่ที่มีฝุ่นและความชื้น เหมาะกับการใช้งานทั่วไป
IP66 พื้นที่ที่มีฝุ่นมาก หรือมีโอกาสสัมผัสน้ำมากขึ้น

การเลือกค่า IP Rating ควรพิจารณาจากสภาพแวดล้อมจริง เช่น ปริมาณฝุ่น ความชื้น และรูปแบบการทำความสะอาดพื้นที่ โดยมาตรฐาน IP อ้างอิงตาม IEC 60529


📍หมายเหตุ : การเลือกโคมไฟไฮเบย์ที่เหมาะสม ควรพิจารณาทั้งความสูงของพื้นที่ ระดับความสว่าง (Lux) ปริมาณแสง (Lumen) มุมกระจายแสง (Beam Angle) และสภาพแวดล้อมในการติดตั้ง เพื่อให้ได้ระบบแสงสว่างที่เหมาะกับการใช้งานจริง หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถสอบถามทีมผู้เชี่ยวชาญของ NineLED ได้ที่ : @NINELED


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถามที่ 1: โคมไฟไฮเบย์เหมาะกับความสูงเท่าไหร่?
โดยทั่วไป โคมไฟไฮเบย์เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีเพดานสูงประมาณ 6 เมตรขึ้นไป เช่น โรงงาน คลังสินค้า และอาคารอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม การเลือกโคมควรพิจารณาความสูงของพื้นที่ ขนาดพื้นที่ และระดับความสว่างที่ต้องการร่วมกัน เพื่อให้แสงครอบคลุมและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำถามที่ 2: โคมไฟไฮเบย์กับโคมไฟทั่วไปต่างกันอย่างไร?
โคมไฟไฮเบย์ออกแบบมาสำหรับพื้นที่เพดานสูงและพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยสามารถควบคุมการกระจายแสงให้ส่องถึงพื้นที่ใช้งานได้ดีกว่า ส่วนโคมไฟทั่วไปเหมาะกับพื้นที่เพดานต่ำ เช่น บ้านหรือสำนักงาน จึงไม่เหมาะกับการใช้งานในโรงงานหรือโกดังขนาดใหญ่
คำถามที่ 3: เลือกโคมไฟไฮเบย์ควรดูเฉพาะกำลังวัตต์ (Watt) หรือไม่?
ไม่ควรเลือกจากกำลังวัตต์เพียงอย่างเดียว เพราะ Watt เป็นค่าพลังงานที่โคมใช้ ไม่ได้บอกความสว่างโดยตรง ควรพิจารณาค่า Lumen (ปริมาณแสง), Beam Angle (มุมกระจายแสง) และ Lux (ความสว่างบนพื้นที่ใช้งาน) ร่วมด้วย
คำถามที่ 4: ควรเลือกโคมไฟไฮเบย์แบบ UFO หรือ Linear?
ขึ้นอยู่กับลักษณะพื้นที่ใช้งาน โดย UFO High Bay เหมาะกับพื้นที่เปิดโล่ง เช่น โรงงานทั่วไป ส่วน Linear High Bay เหมาะกับคลังสินค้าที่มีชั้นวางสินค้า (Rack) หรือพื้นที่ที่ต้องการกระจายแสงเป็นแนวยาว
คำถามที่ 5: โคมไฟไฮเบย์ LED มีอายุการใช้งานนานแค่ไหน?
โคมไฟไฮเบย์ LED ส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานประมาณ 50,000 ชั่วโมงขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของโคม การระบายความร้อน และสภาพแวดล้อมในการใช้งาน การเลือกสินค้าที่ได้มาตรฐานและติดตั้งอย่างเหมาะสมจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้มากขึ้น

สรุป

โคมไฟไฮเบย์ (High Bay Light) หรือ โคมโรงงาน คือ โคมไฟที่ออกแบบมาสำหรับพื้นที่เพดานสูง เช่น โรงงาน คลังสินค้า และอาคารอุตสาหกรรม โดยมีจุดเด่นด้าน การกระจายแสงจากระดับติดตั้งสูง ลงมายังพื้นที่ใช้งานอย่างเหมาะสม ปัจจุบัน LED High Bay เป็นตัวเลือกหลักสำหรับงานอุตสาหกรรม เนื่องจากช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน, ลดการบำรุงรักษา และสามารถเลือก ประเภทของโคม ให้เหมาะกับรูปแบบพื้นที่ได้หลากหลาย การเลือก โคมไฟไฮเบย์ ที่เหมาะสมควรพิจารณาจาก ความสูงติดตั้ง, ปริมาณแสง (Lumen), ความสว่างที่พื้นที่ใช้งาน (Lux), มุมกระจายแสง (Beam Angle) และ สภาพแวดล้อมของพื้นที่ เพื่อให้ได้ ระบบไฟที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง


NINELED แสงสว่างที่คุณวางใจได้ จากแบรนด์ที่คุณเลือก พื้นที่รวมแบรนด์ชั้นนำ ให้คุณเลือกซื้อไม่ว่าจะสปอร์ตไลท์ โคมไฟไฮเบย์ โคมถนน หลอดไฟ LED โซล่าเซลล์ และเสาไฟ สนใจสอบถาม-สั่งซื้อเกี่ยวกับสินค้าเพิ่มเติมได้ที่  Line : @NINELED

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *