โคมไฮเบย์ 100W, 150W และ 200W ต่างกันที่ปริมาณแสงและความสูงที่ส่องลงถึงพื้นได้ แนวทางทั่วไปคือ 100W เหมาะกับเพดาน 4–7 เมตร, 150W เหมาะกับ 6–9 เมตร และ 200W เหมาะกับ 8–15 เมตร ตัวแปรที่ตัดสินจริง คือ ความสูงติดตั้ง ไม่ใช่ตัวเลขวัตต์

สรุปก่อนอ่าน
- ความสูงเพดาน คือ ตัวคัดกรองแรก พื้นที่เป็นตัวกำหนดจำนวนโคม
- ที่ความสว่างเป้าหมายเท่ากัน วัตต์รวมของทั้งสามทางเลือกใกล้เคียงกัน สิ่งที่ลดค่าไฟจริงคือค่า Efficacy
- นอกจากวัตต์ ต้องดู Beam Angle, IP Rating, Surge Protection และคุณภาพ Driver ควบคู่กัน
- ตัวเลขทุกค่าควรยืนยันจาก Technical Data Sheet ของรุ่นนั้นก่อนสั่งซื้อ
เกณฑ์เปรียบเทียบก่อนเลือกวัตต์
ทำไมต้องดูความสูงเพดานก่อนวัตต์
เพราะ ความเข้มแสงที่ตกถึงพื้นลดลงเร็วมากเมื่อระยะห่างเพิ่มขึ้น เพดานที่สูงขึ้นจึงต้องการแสงจากดวงโคมมากขึ้นหลายเท่า ไม่ใช่แค่เท่าตัว
เพดานสูงยังต้องใช้ Beam Angle (มุมกระจายแสง) ที่แคบลงเพื่อรวมแสงให้พุ่งถึงพื้น ส่วนเพดานเตี้ยต้องใช้มุมกว้างเพื่อไม่ให้เกิดวงแสงเป็นจุด ๆ โดยแนวทางคร่าว ๆ คือเพดาน 4–6 เมตรใช้ 120°, 6–10 เมตรใช้ 90° และสูงกว่า 10 เมตรใช้ 60° รายละเอียดการเลือกมุมและการวางตำแหน่ง
จุดที่พลาดบ่อย: วัดความสูงจากพื้นถึงสันหลังคาแทนที่จะวัดถึงจุดแขวนโคมจริง ทำให้คำนวณคลาดเคลื่อนตั้งแต่ต้น
คำนวณจำนวนโคมจากพื้นที่อย่างไร
เริ่มจากกำหนดค่าความสว่างเป้าหมาย วัดเป็น lux (ปริมาณแสงที่ตกบนพื้นที่ 1 ตารางเมตร) ตามลักษณะงาน
สำหรับสถานประกอบกิจการในไทย ค่าความเข้มแสงสว่างขั้นต่ำมีข้อกำหนดตาม กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 (กระทรวงแรงงาน) ควรตรวจสอบค่าที่ตรงกับลักษณะงานจากตัวบทโดยตรง หากออกแบบตามมาตรฐานสากลสามารถอ้างอิง EN 12464-1 ประกอบได้
จากนั้นคำนวณด้วย Lumen Method
จำนวนโคม = (lux เป้าหมาย × พื้นที่ ตร.ม.) ÷ (Lumen ต่อโคม × UF × MF)
- UF (Utilization Factor) คือ สัดส่วนแสงที่ตกถึงพื้นที่ทำงานจริง โรงงานทั่วไปใช้ราว 0.6–0.8
- MF (Maintenance Factor) คือ ค่าเผื่อการเสื่อมของแสงและฝุ่นเกาะ ใช้ราว 0.8 ในพื้นที่สะอาด และต่ำกว่านั้นในพื้นที่ฝุ่นมาก
ตัวอย่าง: โรงงาน 800 ตร.ม. ต้องการ 300 lux ใช้โคม 150W ที่ให้แสง 22,500 lm (300 × 800) ÷ (22,500 × 0.7 × 0.8) = 240,000 ÷ 12,600 ≈ 19–20 ชุด
จากนั้นจัดระยะห่างระหว่างโคมให้ได้แสงสม่ำเสมอ โดยแนวทางที่ใช้ได้จริงคือ เพดาน 6–8 เมตร เว้นระยะราว 4–5 เมตร และเพดาน 9–12 เมตร เว้นระยะราว 6–7 เมตร หรือคิดคร่าว ๆ ที่ราว 0.6–0.8 เท่าของความสูงติดตั้ง วิธีวางผังและข้อควรระวังเรื่องเงามืด
วัตต์สูงกว่าประหยัดไฟกว่าจริงไหม
ไม่จริงเสมอไป ที่ความสว่างเป้าหมายเท่ากัน การใช้ 150W จำนวน 19 ชุด (2,850W) กับ 200W จำนวน 15 ชุด (3,000W) กินไฟรวมใกล้เคียงกัน เพราะปริมาณแสงที่พื้นที่ต้องการเท่าเดิม
ค่าที่ลดค่าไฟได้จริงคือ Efficacy (lm/W) หรือปริมาณแสงต่อไฟฟ้า 1 วัตต์ เพราะให้แสงเท่าเดิมโดยใช้ไฟน้อยลง โคมไฮเบย์ LED คุณภาพสูงในปัจจุบันมี efficacy อยู่ในระดับราว 140–160 lm/W ส่วนการเลือกวัตต์มีผลกับจำนวนชุด ต้นทุนค่าแรงติดตั้ง จำนวนจุดเดินสาย และความสม่ำเสมอของแสงมากกว่า
ตารางเปรียบเทียบสเปคโคมไฮเบย์ 100W vs 150W vs 200W
สังเกตแถวกำลังไฟรวม — ทั้งสามทางเลือกใกล้เคียงกันมาก ยืนยันว่าการเลือกวัตต์ไม่ได้ตัดสินค่าไฟ แต่ตัดสินจำนวนชุดและต้นทุนติดตั้ง
ตัวเลขข้างต้นคำนวณภายใต้สมมติฐาน efficacy 150 lm/W, UF 0.7 และ MF 0.8 เพื่อให้เห็นภาพเปรียบเทียบ ควรคำนวณใหม่ด้วยค่า Lumen จริงจาก Technical Data Sheet ของรุ่นที่จะใช้
หากต้องการคำแนะนำการเลือกใช้และการออกแบบแสง สามารทักหาทีมวิศวกรของเราเพื่อขอคำแนะนำและออกแบบแสงฟรีได้ที่ : Line : @NINELED
เลือกโคมไฮเบย์ตามประเภทโรงงานอย่างไร
⚠️ข้อควรระวังเรื่องชั้นวางสูง⚠️ หากเพดานสูงแต่มีชั้นวางสินค้าสูงตามไปด้วย พื้นที่ที่ต้องสว่างจริงคือช่องทางเดินระหว่างชั้นวาง ซึ่งถูกบังแสงทั้งสองข้าง กรณีนี้ควรเลือกมุมแสงแคบลงและจัดแนวโคมตามช่องทางเดิน แทนการเพิ่มวัตต์อย่างเดียว
หากพื้นที่ของคุณเข้าข่ายกลุ่ม 200W สามารถดูรายละเอียดลักษณะงานที่เหมาะสม ค่า lux เป้าหมาย และคุณสมบัติเชิงลึกได้ที่ โคมไฮเบย์ 200W เหมาะกับการใช้งานแบบไหน
สินค้าแนะนำจาก NineLED
หากต้องการข้อมูลของสินค้าแต่ละรุ่นเพิ่มเติม สามารถสอบถามข้อมูลจากทีมวิศวกรได้ที่ : Line : @NINELED
❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโคมไฮเบย์
เพดานสูง 10 เมตร ควรใช้โคมไฮเบย์กี่วัตต์
โรงงาน 1,000 ตารางเมตร ใช้โคมไฮเบย์กี่ดวง
โคมไฮเบย์ควรเลือก 4000K หรือ 6500K
CRI ควรเลือกเท่าไร
โคมไฮเบย์ต้องใช้ IP เท่าไร
ทำไมโคมไฮเบย์ LED ถึงเสียก่อนอายุที่ระบุ
ก่อนซื้อควรถามผู้ขายอะไรบ้าง
สรุป
การเลือก โคมไฮเบย์ ที่เหมาะกับโรงงาน ให้ไล่ตามลำดับนี้
- วัดความสูงติดตั้งจริงจากพื้นถึงจุดแขวนโคม
- กำหนดค่า lux ตามลักษณะงาน และตรวจสอบข้อกำหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ขอค่า Lumen จาก TDS แล้วคำนวณจำนวนโคมด้วย Lumen Method
- วางระยะห่างตามความสูงติดตั้ง (เพดาน 6–8 ม. ราว 4–5 ม. / เพดาน 9–12 ม. ราว 6–7 ม.)
- ตรวจ Beam Angle, IP Rating และ Surge Protection ให้ตรงกับสภาพแวดล้อม
- เทียบต้นทุนรวมทั้งค่าโคม ค่าติดตั้ง ค่าไฟ และค่าบำรุงรักษา ไม่ใช่ราคาต่อชุดอย่างเดียว
NINELED แสงสว่างที่คุณวางใจได้ จากแบรนด์ที่คุณเลือก พื้นที่รวมแบรนด์ชั้นนำ ให้คุณเลือกซื้อไม่ว่าจะสปอร์ตไลท์ โคมไฟไฮเบย์ โคมถนน หลอดไฟ LED โซล่าเซลล์ และเสาไฟ สนใจสอบถาม-สั่งซื้อเกี่ยวกับสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Line : @NINELED



